ReadyPlanet.com
dot dot
dot
สิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิต
dot
bulletหน้าหลัก
bulletO3-O2 เพื่อคุณภาพชีวิต.....
bulletVDO Clip water&ozone...
bulletVDO โอโซนล้างผัก-ผลไม้...
bulletVDO โอโซนกับกล้วยหอม...
bulletVDO โอโซนกับระบบฟาร์ม...
bulletVDO ทดสอบโอโซนในน้ำ..
bulletโอโซนกับข้อสงสัย..
bullet น้ำดื่มโอโซนประปา
bulletใบรับรองคุณภาพ-ผลงาน
dot
สุขภาพพื้นฐานเพื่อคุณภาพชีวิต
dot
bulletวิธีแก้ไข-ป้องกัน46โรค..
bulletดูแลสุขภาพ แก้ไขภูมิแพ้.......
bulletรู้จริงโรคหัวใจกับหมอระพี..
bulletนาโนเทคโนโลยีเบื้องต้น...
bulletสรรพคุณสมุนไพรไทย...
bulletฝึกสมาธิสร้างพลังจิต..
bulletสุขภาพใจกับวัดธรรมมงคล..
bulletวิธีฝึกฤาษีดัดตน....
dot
วิธีการสั่งซื้อ และ ราคาสินค้า...
dot
bulletราคาสินค้าสิ่งแวดล้อม..
bulletราคาถังน้ำร้อน PAC...
bulletราคาเครื่องน้ำโอโซนซักผ้า
bulletHeatPump Hotel/Spa..
bulletราคาHeat Pumpสระว่ายน้ำ..
dot
ลดค่าไฟฟ้าได้น้าร้อนฟรีๆ.....
dot
bulletRecovery water Heater..
bulletPAC น้ำร้อนฟรีจากแอร์..
bulletระบบน้ำร้อน-น้ำเย็น..
bulletรู้ค่าพลังงานดร.เจิมศักดิ์
bulletความรู้พื้นฐานHeatPump..
bulletผลการทดสอบถัง PAC
dot
อนุรักษ์พลังงาน/ สิ่งแวดล้อม...
dot
bulletแนะการอนุรักษ์พลังงาน
bulletแบบสำรวจด้านสิ่งแวดล้อม....
bulletแนวทางsaveพลังงาน..
bulletการคิดอัตราค่าไฟฟ้า...
bulletสนับสนุนอนุรักษ์พลังงาน
bulletชุดแอร์น้ำร้อนฟรีลดไฟ20%
bulletPACKleanสเปรย์ล้างแอร์..
bulletBIOGasจากเศษอาหาร...
bulletแก้น้ำเสียNanoNana#7
bulletปุ๋ยชีวภาพNanoNana#2
bulletหัวเชื้อproNanoNana#3
dot
ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มพันธมิตร....
dot
bulletท่อน้ำร้อน PP-R & ราคา..
bulletHeat Exchanger - USA
bulletแผ่นแลกเปลี่ยนความร้อน....
bulletอุปกรณ์ควบคุมระบบ Dixell
bulletบำบัดน้ำเสียด้วยระบบNano1Sys
bulletอุปกรณ์แก้น้ำตะกรัน+สนิม
bulletเตาเผาขยะชุมชน-ติดเชื้อ
bulletอุตสาหกรรมอลูมิเนียม...
bulletผู้ผลิตอลูมิเนียมรายใหญ่...
bulletInnovation of Wood Floor
dot
ธูปหอมไม้กฤษณา/ไผ่ทองสยาม
dot
bulletธูปหอมไม้กฤษณาแท้100%..
bulletไผ่ทองสยามพืชเศรษฐกิจ
bulletนวัตกรรมกำจัดขยะ24ช.ม
dot
หนังสือพิมพ์..ข่าวสาร..เพลง..
dot
bulletน.ส.พ ไทยรัฐ....
bulletน.ส.พ เดลินิวส์....
bulletน.ส.พ ผู้จัดการออนไลส์....
bulletน.ส.พ ข่าวสด....
bulletน.ส.พ คม ชัด ลึก ....
bulletน.ส.พ มติชนรายวัน...
bulletน.ส.พ บางกอกโพสต์...
bulletน.ส.พ ฐานเศรษฐกิจ....
bulletน.ส.พ เดอะเนชั่น...
bulletเพลินเพลงสุนทราภรณ์..
dot
ตารางการบิน / รถไฟ / รถ บขส. ...
dot
bulletไทยอินเตอร์...
bulletนกแอร์....
bulletแอร์เอเซีย.....
bulletรถไฟไทย....
bulletรถไฟฟ้า BTS...
bulletรถไฟฟ้าใต้ดิน
bulletรถ บขส. .......
bulletฐานข้อมูลหน่วยงานรัฐ..
bulletหน่วยงานราชการ.....
dot
การศึกษา / สมาคมฯ.
dot
bulletสมาคมวิศวะสิ่งแวดล้อมฯ
bulletสมาคมส่งเสริม ฯ ไทย - ญี่ปุ่น
bulletสถาบันการศึกษา.......
bulletบัณฑิตวิทยาลัยร่วม....
bulletม.พุทธโลก...
bulletม.จุฬา.....
bulletม.ธรรมศาสตร์....
bulletม.เกษตรศาสตร์...
bulletม.พระจอมเกล้า บางมด...


Travel in Thai National Parks
bacteria & virus killer
Air clean in room
Travel through out kingdom by modernbistour


ดูแลสุขภาพ แก้ไขภูมิแพ้.......

www.mahboonkrong.co.thวิธีแก้ไขปัญหาภูมิแพ้ระยะสั้น - ระยะยาว ที่ได้ผลชัดเจนแน่นอน 

1. ใช้น้ำมันรำข้าว & จมูกข้าว  และ หมั่นป้อนวิตามินต่างๆให้ร่างกายสม่ำเสมอ   2. ดูแลสิ่งแวดล้อมทางอากาศ -น้ำด้วย แอคทีฟ แอร์ เครื่องทำความสะอาด + ฆ่าเชื้อโรค ในอากาศ - น้ำ   3.บริโภคอาหารเสริมเซลล์ โมเดอร์น คอลลาเจ้นท์ผงจากเยอรมัน.ราคา กก.ละ 2,000 บาททานได้หลายเดือน    และ 4การสวดมนต์ - ทำสมาธิอย่างสม่ำเสมอ

...แนะนำลูกค้าให้ออกกำลังกายมากๆ....ดื่มน้ำสะอาดวันละ 2-ลิตร...กินข้าวกล้องงอก...ทำใจให้สบาย-สะอาด-สว่าง-สงบ..... ทดแทนการบริโภคยาต่างๆได้...    

          โรคภูมิแพ้หอบหืดเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ พบได้ทั้งเด็ก และ ผู้ใหญ่ทั่วโลกประมาณ 5-10 % โดยมีอัตราการตายสูงกว่า 30 % ปัจจุบันมีแนวโน้มที่โรคเหล่านี้จะรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้สาเหตุมาจากสภาวะสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนอาจขาดการดูแล รักษาที่ถูกต้อง เช่นใช้ยาแบบสูดพ่นมากเกินไป เป็นต้น
           อาการภูมิแพ้ของผู้ป่วยหอบหืดมักเกิดช่วงกลางคืน เริ่มจากไอมีเสมหะเหนียว มีเสียงหายใจดังวี๊ด แน่นหน้าอก เหนื่อยหอบ หากรุนแรงจะมีอาการทุกคืน ริมฝีปากอาจเขียว เล็บเขียวเนื่องจากภาวะขาดอ๊อกซิเจน และ มีโอกาสที่จะเสียชีวิตได้...อาการเหล่านี้เป็นสาเหตุที่มาจากการเกร็งตัว หรือ หดตัวของหลอดลม ทำให้เกิดการคั่งของเลือดในทางเดินหายใจ ทำให้เยื่อบุมีการอักเสบ บวม ร่างกายจะไวต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆจากสิ่งแวดล้อมที่มีมลภาวะเช่นฝุ่น ละออง เชื้อรา จึงทำให้เกิดการหดตัว และ การอักเสบของหลอดลมมากขึ้นได้
           สารที่สามารถกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ หอบหืด เช่นตัวไรฝุ่น เชื้อราดังกล่าว ที่อาจปะปนในอากาศ ในอาหาร รังแค ขนสัตว์ พรม ยาบางชนิดเช่น แอสไพริน สีผสมอาหาร สารเคมีในโรงงาน โรคหวัดติดต่อกัน การติดเชื้อ การออกกำลังกายที่ไม่ถูกต้องในสภาพดิน ฟ้าอากาศที่เปลี่ยนแปลง จนกระทั่งอารมณ์ หรือ 5 อ. ที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง
         

1. ใช้น้ำมันรำข้าว + จมูกข้าว และ กินวิตามินให้ครบถ้วน ...


          เรื่องที่ท่านจะได้รับทราบต่อไปนี้เป็นเรื่องจริงสามารถพูดคุยกับบุคคลเจ้าของเรื่องได้...................  
          พ.อ.อ.หญิง นพวัลย์  วัย 57 ปี ป่วยเป็นโรคเบาหวานมาตั้งแต่อายุ 33 ปี  หลายครั้งที่มีอาการกำเริบถึงช็อค หมดสติ  เกือบเอาชีวิตไม่รอด  แถมยังมีโรคแทรกซ้อน  ทำให้ตาเกือบบอดสนิท  และโรคอัมพฤกษ์ก็ตามมา  จากอาการที่เป็นเบาหวานนาน  ทำให้ต้องฉีดอินซูลินวันละ 2  ครั้ง  แต่เบาหวานไม่ได้ลดลง  มีแต่มากขึ้นทุกวัน  จนตาเริ่มมองไม่เห็น  ใกล้บอดสนิทเต็มที  นอกจากนี้แขนเริ่มเป็นอัมพฤกษ์ คือ ยกไม่ขึ้น  ทำกายภาพก็ยังไม่ดีขึ้น  เพราะกล้ามเนื้อและเส้นมีหินปูนเกาะเป็นพังผืด     หมอให้ควบคุมน้ำตาลในเลือด  และฉีดอินซูลินวันละ 2 ครั้ง  เป็นเช่นนี้นานนับสิบ ๆ ปี  บางครั้งน้ำตาลในเลือดสูงเกือบ 400 
          โชคดีมีคนแนะนำให้รู้จักน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว อมตะออไรซา  เลยได้ทดลองทานวันละ  4 แคปซูล  หลังจากนั้นอาการต่าง ๆ ก็เริ่มดีขึ้น  เมื่อทานได้ 4  เดือนเศษ  ไปตรวจอีกครั้ง  ปรากฎว่าน้ำตาลในเลือดเหลือเพียง  86   ตอนนี้แพทย์สั่งลดยาควบคุมเบาหวานและอินซูลินลง  ถือว่าเป็นเรื่องดีมาก  เพราะเป็นเบาหวานมา 24  ปี  
            ปัจจุบันนี้ตาที่เคยพร่ามัว  กลับเห็นได้ชัดเจนขึ้น  แขนที่เคยเป็นอัมพฤกษ์ยกไม่ได้  ตอนนี้ยกได้เป็นปกติ   จากโรคร้ายที่ไม่คิดว่าจะหาย  ไม่น่าเชื่อว่ามันเป็นไปแล้ว  ขอบคุณน้ำมันรำข้าวจมูกข้าวที่ช่วยชีวิตดิฉันไว้
  ( หมายเหตุ   เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่คัดลอกมาจากวารสารของคุณหมอ  แพทย์หญิง  สมฤดี  เอื้อสุดกิจ  ซึ่งเป็นอาจารย์ของนักศึกษาแพทย์ ร.พ.รามาธิบดี  และประธานบริษัท อมตะออไรซา )
คุณหมอสมฤดี  คือ พ.ญ.สมฤดี   เอื้อสุดกิจ

                                                  
*ประวัติส่วนตัว
-          เกิดเมื่อ 18 มิ.ย. 2499
-          จบการศึกษาจากคณะแพทย์ศาสตร์ ( ศิริราช ) เมื่อปี พ.ศ. 2524
-          อาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์ ( รามาธิบดี ) มหาวิทยาลัยมหิดล
-          ผ่านการอบรมและผ่านงานในประเทศอังกฤษ
-          ประกาศนียบัตรโรคผิวหนังจากสถาบันโรคผิวหนัง  กรมการแพทย์  และอบรมเพิ่มเติมทางด้านโรคผิวหนังที่โรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลรามาธิบดี
-          เปิดคลินิคนฤวัตน์การแพทย์เพื่อรักษาโรคทั่วไปโดยไม่คิดค่าตรวจรักษาพยาบาล
 
                  คุณหมอเป็นผู้ค้นคว้าและวิจัยน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว  และได้ทดลองใช้กับตัวเอง ได้ผลเป็นอย่างดี  แม้ว่าคุณหมอจะอายุ 50 ปีแล้ว  แต่ใบหน้าและสภาพร่างกายยังดูอ่อนกว่าวัยมาก  ดูเหมือนไม่น่าจะเกินอายุ 35 ปี  และคุณหมอยังแนะนำให้คนไข้ใช้ด้วย  ซึ่งก็ได้ผลเป็นอย่างดี  ซึ่งขณะนี้คุณหมอได้ใช้มาเป็นเวลา 6 ปีแล้ว  และ น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวนี้ได้รับหนังสือรับรอง มาตรฐาน อย. หนังสือรับรองจากศูนย์วิจัยมะเร็งแห่งชาติ ,  และใบรับรองฮาลาล  แล้ว     
                    สำหรับการลดความอ้วน  คุณหมอสมฤดี ได้รับผลกับตัวท่านเอง  ท่านเคยอ้วนมาก  น้ำหนัก 70 กิโล   ท่านทานน้ำมันรำข้าวจมูกข้าววันละ 4 แคปซูล   เป็นเวลาเพียง 4 เดือน  น้ำหนักค่อย ๆ ลดลงจนเหลือ  45 กิโล  ขณะนี้ท่านก็ยังน้ำหนักเพียงแค่  43-45  กิโล (ลดแล้วลดเลยไม่กลับมาอ้วนอีก)  คุณสามารถพูดคุยหรือพบตัวจริงคุณหมอได้ครับ
                    ทำไมน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวจึงสามารถทำให้ร่างกายดูอ่อนวัยและทำให้ร่างกายแข็งแรงสามารถต่อต้านโรคภัยไข้เจ็บ และ ภูมิแพ้ต่างๆ ได้และลดน้ำหนักได้   เรามาดูกันนะครับว่าในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว มีสารอะไรบ้างและมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร
น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวชนิดแคปซูล อมตะออไรซา  
                    น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวชนิดแคปซูล อมตะออไรซา  สกัดจากรำข้าวและจมูกข้าวหอมมะลิสายพันธุ์ Oryza Glaberrima  ที่ได้รับยกย่องว่าเป็นพันธุ์ข้าวชั้นเลิศ อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย  ทำให้ร่างกายแข็งแรงสามารถต่อต้านโรคภัยไข้เจ็บและสามารถลดน้ำหนักได้  สกัดจากส่วนยอดสุดของเมล็ดข้าวที่เรียกว่าจมูกข้าว  และส่วนที่ห่อหุ้มเมล็ดข้าวอยู่ที่เรียกว่าเยื่อข้าวกล้อง  นำทั้งสองส่วนนี้มาสกัด  จะได้น้ำมันรำข้าวบริสุทธิ์ 100% (ไม่มีส่วนผสมอื่น) นำมาบรรจุในแคปซูลเจลใสที่ได้มาตรฐาน สะอาดและปลอดภัย 
   ซึ่งประกอบด้วยสารที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อร่างกายดังต่อไปนี้
1.       มีสาร  Gamma-Orzanol  ช่วยลดระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด  ทำให้อวัยวะสำคัญต่าง ๆ เช่น ตับ  ไต  หัวใจ  สมอง  ตับอ่อน และอื่น ๆ มีเลือดไปเลี้ยงมากขึ้น  และที่เสื่อมสภาพก็กลับฟื้นตัวและทำงานได้อีกครั้ง  ช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรค หัวใจ,  โรคตับ, โรคไต , โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง  และโรคความจำเสื่อม  เป็นต้น
2.       ช่วยลดระดับของ  แอล ดี แอล ( LDL ) คอเลสเตอรอล  ซึ่งก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย
3.       ช่วยเพิ่มระดับของ เอช ดี แอล  ( HDL ) คอเลสเตอรอล  ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย
4.       ช่วยลดระดับไขมันไตรกรีเซอไรด์  ( Triglyceride ) ในเส้นเลือด
5.       ช่วยลดไขมันที่สะสมในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
6.       มีผลให้ความดันโลหิตลดลง  และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
7.       มีกรดไขมันไลโนเลนิค ( Linolenic  acid ) หรือโอเมก้า 3 ช่วยบำรุงสมอง  ป้องกันภาวะเสื่อมของสมอง  และความจำ ( อัลไซเมอร์ )
8.       มีกรดไขมันไลโนเลอิค ( Linoleic acid ) หรือโอเมก้า 6  ช่วยให้ผิวหนังสดใส  และช่วยระบบสืบพันธุ์ให้ทำงานเป็นปกติ
9.       ช่วยรักษาอาการผิดปกติของชาย-หญิง วัยเจริญพันธุ์  และสตรีวัยทอง
10.    มีวิตามินอีในรูปของโทโคเฟอรอล  ( Tocopherol ) และโทโคไทรอีนอล ( Tocotrienol ) ซึ่งจะช่วยยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ  ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ และป้องกันการเกิดมะเร็ง
11.    มีสารเซราไมด์ ( Ceramide )   ช่วยบำรุงผิวพรรณให้นุ่มนวลอ่อนเยาว์  ลบเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่น  ด่างดำ   ฝ้า และ กระ
12.    ลดภาวะท้องผูก  ช่วยลดภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคริดสีดวงทวารและมะเร็งลำไส้ใหญ่
13.    มีสารเมลาโทนีน ( Melatonin )  ช่วยให้นอนหลับสบาย

14. นอกจากนี้ท่านต้องหมั่นตรวจเช็คร่างกายเสมอ หากขาดวิตามิน ต้องดูแลป้อนให้ร่างกาย ซึ่งได้จากแหล่งอาหาร การโภชนาการ ที่แนะนำไว้เบื้องต้นด้านล่าง
                    

 *ราคา ขวดละ 900 บาท ใช้ได้ 1 เดือนเศษ / บรรจุ 90 แค็บซูล ไม่รวมค่าส่ง สั่งได้ที่  08-16295275  ,  order@modernbis.com ...หรือ โอนเงินเข้าที่คุณณรงค์ฤทธิ์ ที่ ธ.กรุงไทย สาขา ถ.สรรพาวุธ เลขบัญชี 180-0-13436-3 แล้วแจ้งการโอนเงินมาที่โทรสาร 027448904...ทางเราจะส่งสินค้าให้ทางไปรษณีย์ไม่เกิน2-3 วันครับ...

2 . สร้างอากาศ-น้ำสะอาดด้วย เครื่อง Active Air & water  ..ดูรายละเอียดได้ที่นี่...

3. การบริโภคอาหารเซลล์ ขับอนุมูลอิสสระ สร้างเซลล์ใหม่ๆ สามารถแก้ไข และ ป้องกันโรคได้ดีมาก

    ศึกษาได้ที่นี่......

4. การทำสมาธิที่ถูกวิธี เรียกว่าสัมมาสมาธิเป็นหนึ่งในมรรค มีองค์แปด ที่ทำให้ดวงจิต สอาด สว่าง สงบ ละ โลภ โกรธ หลง ลงได้มาก และ ควรสวดมนต์ สม่ำเสมอทุกวัน ...รักษาศีลเป็นนิตย์อย่างมีสติตลอดเวลาซึ่งท่านสามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง  หรือ โดยเข้าฝึกอบรมที่ สถาบันพลังจิตตานุภาพ วัดธรรมมงคล สุขุมวิท 101 ....หลักสูตรหลวงพ่อวิริยังค์มีหลายหลักสูตร 1 วัน / 3 วัน / 7 วัน และ 6 เดือนในวิชาครูสมาธิ....

มาทำความรู้จักมะเร็ง และ วิธีการต่อสู้  

วิตามิน หมายถึง สารอาหารที่จำเป็นและร่างกายได้รับจากอาหารที่กินเข้าไป ไม่ได้สังเคราะห์ขึ้นมาเอง (ยกเว้นวิตามินดี) ถ้าปราศจากวิตามินแล้วเราก็ไม่อาจมีสุขภาพที่ดีได้และที่สำคัญคือดำรงชีวิตอยู่ไม่ได้ 

วิตามินทุกชนิด (ยกเว้นวิตามินบี 12 ) ถูกสร้างขึ้นโดยพืชและเชื่อจุลินทรีย์ เราจึงจำเป็นต้องกินผักผลไม้ รวมทั้ง ข้าว ถั่ว ผลไม้ประเภทเปลือกเเข็ง เมล็ดในของผลไม้ เพื่อให้ได้วิตามินมากขึ้น หรือในทางตรงกันข้าม เราอาจกินเนื้อสัตว์ หรือปลา ซึ่งได้สะสมวิตามินจากพืชผักที่มีมันกินเป็นอาหาร เนื้อปลาเป็นแหล่งที่ดีของวิตามินที่ละลายในไขมัน - ส่วนผักและผลไม้เป็นแหล่งที่อุดมด้วยวิตามินบีและซี
- วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน เอ ดี อี เค
- วิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามิน ซี บีทุกตัว


วิตามินที่ควรรู้จัก

วิตามินเอ : ( เอ เบต้าแคโรทีน และ เอ เรตินอล)

พบมากในผักใบเขียวจัดๆ เช่น ตำลึง คะน้า บรอคโคลี ในผักสีเหลืองและส้ม เช่น แครอท มะละกอ บำรุงสายตา เสริมภูมิต้านทานโรค ทำให้ผิวตกระที่เกิดจากความชราภาพลดน้อยลง กระดูกแข็งแรง ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ผม ฟันและเหงือกแข็งแรง รักษาสิว ริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า เป็นต้น

วิตามินอี : (โทโคเฟอรอล)

วิตามินอีมีมากในจมูกข้าว รำอ่อน วีทเจิร์ม ถั่วทุกชนิด เมล็ดธัญพืช และไข่ ทำให้ดูอ่อนเยาว์เนื่องจากเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ร่วมกับวิตามินเอ ช่วยให้ร่างกายต้านทานมลพิษในอากาศได้มากขึ้น ป้องกันและละลายก้อนเลือด ป้องกันการอ่อนเพลีย ป้องกันการแท้งลูก ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด เป็นต้น

วิตามินซี : (แอสโคบิคร่วมกับ C Complex)

มีมากในผักใบสดและผลไม้สดทุกชนิด ช่วยในการสมานแผล รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน เสริมภูมิต้านทาน ทั้งไวรัสอย่างหวัด และแบคทีเรีย รักษาโรคภูมิแพ้ต่างๆ ป้องกันมะเร็ง เป็นยาระบายอ่อนๆ ป้องกันเลือดเเข็งตัวเป็นก้อน อาการเครียด เป็นต้น

 

วิตามินบี 1 : ( ไทอามีน)

มีมากในข้าวกล้อง รำข้าว นม ขนมปังโฮล์ทวีท ช่วยย่อยคาร์โบไฮเดรท เสริมสร้างความแข็งแกร่งของจิตใจ ทำให้ระบบประสาท กล้ามเนื้อ และหัวใจทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ


วิตามินบี 2 : (ไรโบฟลาวีน)

มีมากในใบผัก ปลา ไข่ นม ตับ ข้าวกล้อง ช่วยทำให้ผิวพรรณ เล็บ ผมแข็งแรง ช่วยสมานแผลในปากและริมฝีปาก ป้องกันอาการของตาเมื่อยล้า จำเป็นต่อผู้สูงอายุมาก


วิตามินบี 6 : (ไพรีดอกซีน)

มีมากในข้าวกล้อง รำข้าว วีทเจร์ม ถั่วเหลือง แคนตาลูป กระหล่ำ ไข่ จะช่วยป้องกันการการคลื่นไส้ ช่วยสร้างกรดอะมิโนที่ป้องกันอาการแก่ และสร้างไนอาซิน


วิตามินบี 12 : (โคบาลามิน)

มีมากในน้ำปลา ปลาร้า กะปิ ตับ ไข่ นม เนื้อสัตว์ทุกชนิด ช่วยสร้างเม็ดเลือด ช่วยการทำงานของระบบประสาท ความทรงจำ สมาธิ


เซเลเนียม

พบมากในข้าวกล้อง จมูกข้าว วีทเจิร์ม มะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ ตับ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ลดอาการของวัยหมดประจำเดือน ทำให้ผิวเต่งตึง

 


สังกะสี

มีมากในตับ วีทเจิร์ม เมล็ดฟักทอง และไข่ ช่วยในการสมานแผลทั้งภายในและภายนอก ช่วยเจริญอาหาร รักษาโรคมีบุตรยาก ป้องกันโรคของต่อมลูกหมาก ช่วยรักษาอาการทางจิตใจ


โพแทสเซียม

มีมากในผลไม้จำพวกส้ม แคนตาลูป มะเขือเทศ ผักใบเขียวทุกชนิด เมล็ดทานตะวัน สะระแหน่ กล้วยหอม ช่วยในการทำงานของสมอง ทำให้สมองได้รับออกซิเจนได้มากขึ้น ช่วยรักษาอาการของโรคภูมิแพ้

 

 

มะเร็ง

หลักการรักษามะเร็งตามแนวธรรมชาติบำบัด เป็นการใช้การแพทย์แบบองค์รวม โดยนำศิลป์และศาสตร์ทางการแพทย์ตะวันออกและตะวันตกผสมผสานกัน ได้แก่ การกินอาหารต้านมะเร็ง ที่เน้นการกินข้าวกล้องและผักผลไม้สด การใช้วิตามินระดับสูง การออกกำลังกายชี่กง พลังรังสีธรรม โยคะ ฝึกสมาธิ การทำวารีบำบัด การอบสมุนไพร นวดตัว อาบแสงตะวัน สวนลำไส้ รวมถึงการใช้สมุนไพรไทยบางตำรับทั้งหมด เพื่อวัตถุประสงค์

เซลล์ใหญ่ ผิวมีตุ่มเล็ก ๆ
คือเซลล์มะเร็ง
มันกำลังถูกเม็ดเลือดขาว
จำนวนมากมาล้อมกิน

 

1. ควบคุมการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง

2. สร้างภูมิต้านทาน

 

แต่ก่อนที่จะเข้าใจถึงรายละเอียดในการรักษาด้วยธรรมชาติบำบัด ก็ต้องทราบถึงปัจจัยสำคัญที่นำมาสู่โรคภัยได้


ปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง

ธรรมชาติบำบัดสรุปปัจจัยไว้ดังนี้

 

1.เกิดจากการกินอาหารที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม กินเนื้อสัตว์ไขมันล้นเกิน นมและผลิตภัณฑ์นม กินข้าวขาว แต่ไม่ชอบบริโภคผักสดผลไม้ อาหารจำนวนไม่น้อยมักปนเปื้อนสารเคมี ในการใส่สารแต่งสี แต่งกลิ่น ผงชูรส สารกันบูด อาหารบางอย่างผ่านการปิ้ง ย่าง ทอดจนเกรียบจัด การบริโภคอาหารหมักดอง อาหารเค็มจัด ดื่มแอลกอฮอล์ อุปนิสัยการบริโภคเช่นนี้ทำให้ร่างกายอาจรับสารเคมีบางชนิดที่พ่นพิษกับเซลล์ร่างกายโดยตรง บางชนิดก่อให้เกิดอนุมูลอิสระที่ทำลายดีเอ็นเอของเซลล์ แล้วบั่นทอนภูมิต้านทาน เหล่านี้คือแนวโน้มการบริโภคที่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง

 

2. เกิดจากวิถีชีวิต ที่มีโอกาสได้รับการสัมผัสสารก่อมะเร็งโดยทางใดทางหนึ่ง เช่น มลภาวะทางอากาศ การถูกแสงอัลตราไวโอเลตจะแสงแดดนาน ๆ การสัมผัสสารหนู การสูบบุหรี่ นอกจากนี้ผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองก็จะมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าชาวชนบท เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษ ไม่ว่าจะอากาศ น้ำ เสียง ผู้ที่มีวิถีชีวิตอยู่ใกล้ธรรมชาติก็จะมีโอกาสเสียงต่อโรคมะเร็งน้อยลง

 

3. ภูมิต้านทานบกพร่อง หรือล้มเหลว ทำให้เชลล์เม็ดเลือดขาวไม่สามารถกำจัดเชลล์แปลกปลอมทิ้งได้ทันก่อนที่มันจะเติบโตกลายเป็นก้อนเนื้อร้าย ปกติเชลล์มะเร็งมีสารแอนติเจนที่ผิวของมัน ได้แก่ ที เอ เอ (Tumor associated antigen) และที เอส ที เอ (Tumor specific transplantation antigen) ร่างกายคนปกติจะสร้างภูมิคุ้มกันที่จำลักษณะของแอนติเจนนี้ได้และกำจัดทิ้ง ในรายที่เป็นมะเร็งปรากฏว่ามีสารแอนติเจนดังกล่าวจริง แต่ร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกันต่อสารดังกล่าว ร่างกายจึงล้มเหลวในการกำจัดเชลล์มะเร็งทิ้ง

 

4. ความเครียด เป็นปัจจัยสำคัญมากเพราะความเครียดทำให้อนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ทำให้ภูมิต้านทานภายในตัวลดลง ปัจจัยดังกล่าว ไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง หากแต่มีหลายสาเหตุและมักจะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน เช่น ผู้ที่เป็นมะเร็งจะมีแนวการกินอย่างหนึ่ง มีอุปนิสัยอย่างหนึ่งและมักจะเครียด การกินการอยู่แบบเดิมทำให้เป็นมะเร็ง ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนอาหาร ความเคยชินเดิม ๆ ที่สั่งสมมาหลายสิบปี หนทางรักษาก็จะยากยิ่งขึ้น โดยที่ผู้ป่วยต้องเข้าใจและยอมรับที่จะเปลี่ยนเพื่อลดความเสี่ยงที่จะ เกิดขึ้น

 

ปัจจุบันเราเชื่อว่าอาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้หายจากโรคมะเร็ง โดยประการสำคัญ อาหารที่ใช้ต้องเป็นอาหารจากธรรมชาติ ปลอดสารพิษ ประกอบด้วย ข้าวกล้อง ผักสด ผลไม้ เป็นหลัก

 

มะเร็ง

ธรรมชาติบำบัดรักษามะเร็ง

จากประสบการณ์ทั่วไป วิธีการที่ใช้บำบัดรักษามะเร็งมีดังนี้

1. อาหารรักษามะเร็ง อาหารที่ใช้รักษามะเร็งจะแตกต่างจากอาหารในชีวิตประจำวัน อย่างมากมายเนื่องจากอาหารที่ใช้ส่วนใหญ่ต้องเป็นอาหารที่มีลักษณะใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด เพื่อร่างกายจะได้วิตามิน เกลือแร่ และเอนไชม์ จากธรรมชาติเข้าไปเสริมภูมิต้านทาน หากกินอาหารดัดแปลง อาหารแห้ง อาหารสำเร็จรูป ตามกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม จะไม่หลงเหลือคุณค่าทางอาหารอยู่เลย

 

อาหาร 3 อย่างที่ต้องงด

 

1. งดเนื้อสัตว์รวมทั้งปลา ไข่ ซุปไก่ รังนก แม้กระทั้ง เต้าหู้ โปรตีนเกษตร และเมล็ดถั่วในระยะแรก

2. งดใช้น้ำมันหรือไขมันไม่ว่าจะเป็นไขมันสัตว์หรือน้ำมันพืช

3. งดเค็ม งดทั้งเกลือแกง น้ำปลา แต่ให้ร่างกายได้รับโพแทสเซียมจากผักมาก

 

การงดเนื้อสัตว์และไขมัน เพื่อจะไม่ป้อนวัตถุดิบให้กับเซลล์มะเร็งใช้ในการเติบโต งดเค็มเพราะเกลือโซเดียมนี้มีมากเกินไป
จะบั่นทอนภูมิต้านทาน

 

อาหาร 3 อย่างที่ต้องกิน

 

1. ข้าวกล้องเป็นอาหารหลักในชีวิตประจำวัน ทุกครั้งให้โรยรำอ่อนควบอีก 1 ช้อนโต๊ะ ควรกินข้าวกล้องให้ได้ 5 ทัพพีต่อวัน

2. ผักสดและผลไม้สดปริมาณมากทุกมื้อ และคั้นน้ำผักและผลไม้ดื่มสด ๆ ด้วย

3. กินข้าวโพดด้วยในแระหว่างมื้อ

 

ด้วยอาหารที่กินตามหลักนี้ ร่างกายจะได้โปรตีนในปรมาณพอดี สำหรับซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพราะข้าวกล้อง 1 ทัพพี
ให้โปรตีน 7.8 กรัม ดังนั้นการกิน 5 ทัพพีจะได้โปรตีน 39 กรัม ซึ่งเพียงพอ ขณะเดียวกันการกินข้าวโพดด้วย เพื่อให้ร่างกายได้กรออะมิโน จำเป็น 20 ชนิดครบส่วน ผู้ป่วยมะเร็งที่คุมอาหารเช่นนี้กว่า 7 ปี จะหายจากมะเร็งแล้ว ล้วนมีสุขภาพแข็งแรงโดยไม่เคยมีสภาพขาดอาหาร


อาหารที่ต้องห้าม

ได้แก่ ชา กาแฟ บุหรี่ โกโก้ ช็อคโกแลต แอลกอฮอล์ ครีม น้ำตาลทราย แป้งขัดขาว ไอศครีม เค้ก ผลิตภัณฑ์จากถั่ว เช่น ถั่วเหลือง เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เมล็ดถั่วทุกชนิด ควรงดในระยะ 6 เดือนแรก อาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง ของหมักดอง ผงชูรส ผงฟู ยาสีฟันที่มีเกลือผสม อโวคาโด สตอเบอร์รี่ สับปะรด และแตงกวา

 

2. การสวนล้างลำไส้ด้วยกาแฟ เป็นวิธีกระตุ้นตับให้ขจัดสารพิษออกจากร่างกายให้ได้มากที่สุด เมื่อเราใส่กาแฟเข้าทางทวารหนักการดูดซึมของกาแฟจะเข้าทางเส้นเลือดดำของลำไส้ใหญ่ที่เรียกว่า เส้นเลือดดำของทวารหนัก (Hemorrhoidal vein) และ Colonic rein เข้าสู่ตับทาง Porfal nepaซึ่งจะเข้าสู่ตับอ่อนก่อนที่จะทันกระจายไปยังอวัยวะอื่นโดยเส้นเลือดดำตับ (Hepatic portal vein) เมื่อคาเฟอีนเข้าสู่ตับ เชลล์ตับจะจับมันเอาไว้ แล้วคาเฟอีนก็จะทำให้ตับทำงานขยันขึ้น

 

จากประสบการณ์ของศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวี ในการสวนด้วยกาแฟ ถ้าใช้ในปริมาณที่พอดีและต้องกินสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ขมิ้นและโสมก่อนการสวนจะไม่พบว่าผู้ป่วยมีอาการใจสั่น นอนไม่หลับ เหมือนกับการดื่มกาแฟทั่ว ๆ ไป ซึ่งแสดงว่าเชลล์ตับสามารถกักเอากาแฟปริมาณที่ใส่เข้าไปไว้ได้หมด และจากประสบการณ์อีกเช่นกันที่พบว่า อาการต่าง ๆ ที่เป็นอาการของโรคมะเร็ง เช่น อาการไข้จะลดลงภายหลังการสวนโดยไม่ต้องใช้ยาลดไข้ อาการปวดเมื่อยตามตัวจะทุเลาลง อาการปวดท้อง อาการคลื่นไส้ อาเจียน จะดีขึ้นกว่าคนที่ไม่ได้สวน และผู้ป่วยส่วนมากจะรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวขึ้นภายหลังจะการสวนด้วยกาแฟ

 

3. การทำสมาธิ เป็นวิธีการแบบตะวันออกที่มีผลต่อความเครียด ทำให้ใจสงบได้อย่างดีที่สุด และมีผลในการเพิ่มภูมิต้านทาน เวลาทำสมาธิสมองส่วนไฮโปทาลามัสจะสั่งให้เชลล์เม็ดเลือดขาวแข็งแรงขึ้น เมื่อภูมิต้านทานกระเตื้องขึ้น การกำจัดเชลล์มะเร็งก็จะเป็นไปตามที่เจ้าตัวต้องการ

 

4. การทำโปรแกรมจิตใต้สำนึก นักจิตวิทยาแบ่งจิตใจของเราออกเป็นจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก จิตสำนึกจะตัดสินใจ จะคิดจะทำและสั่งการให้สมองทำงานไปตามเจตนารมณ์ของเจ้าตัว ร่างกายจะทำงานตามที่จิตสั่งทั้งสิ้น เช่น จิตนึกอยากจะกินขนม มันก็จะสั่งให้เจ้าตัวเอื้อมมือไปหยิบขนมบนโต๊ะมาเข้าปาก สั่งให้เคี้ยวแล้วกลืนลงไป เป็นต้น ซึ่งเป็นการกระทำที่รู้ตัวตลอดและสั่งได้ แต่ยังมีจิตอีกส่วนหนึ่ง คือจิตใต้สำนึก จะมีวิธีการทำงานอีกอย่างหนึ่งและส่วนมากจะเป็นเรื่องราวที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น เวลาโกรธ เราจะมีอาการปากคอสั่น หัวใจเต้นแรง เหงื่อแตก อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นเอง แม้ว่าจิตสำนึกจะรู้ตัวว่ากำลังมีอาการไม่ดี แต่ก็ไม่อาจหยุดปฏิกิริยาดังกล่าวลงได้ จนกว่าอารมณ์โกรธจะหมดไป

 

ปกติจิตใต้สำนึกทำหน้าที่ เก็บข้อมูลในชีวิตที่ผ่านมา เราทำหน้าที่ควบคุมอวัยวะภายในและภูมิต้านทาน ผ่านระบบประสาทอัตโนมัติและระบบฮอร์โมน คนที่มีประสบการณ์ชีวิตหรือเก็บกด อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดหัวใจ ความดันเลือดสูง หรือก่อมะเร็งได้ การระเบิดความกดดันในจิตใต้สำนึก จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคกลุ่มดังกล่าว

 

เรายังอาจใช้การสั่งโปรแกรมจิตใตสำนึก ดลผลข้างเคียง ของสารเคมีหรือการฉายรังสี เพราะผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยอาจรับทั้งข้อมูลด้านลบต่อการให้เคมีหรือรังสี เช่น สารเคมีทำให้เบื่ออาหาร คลื่นใส้อาเจียน หลายคนมีความเกรงกลัวเป็นทุนเดิม จึงเกิดอาการมากในการให้เคมีบำบัด เพื่อลดผลข้างเคียงดังกล่าว การโปรแกรมจิตใต้สำนึกให้ข้อมูลด้านบวก คือ ให้เห็นผลดีของการให้เคมีหรือรังสี โดยเซลล์ร่างกายไม่แพ้เลย ด้วยวิธีการที่เรียกว่า " โปรแกรมจิตใต้สำนึก " ผู้ป่วยจำวนวนไม่น้อยจะรับเคมีและรังสี โดยปลอดภัยไม่เกิดอาการ การโปรแกรมจิตใต้สำนึกยังช่วยเสริมกำลังใจและกระตุ้นภูมิต้านทานได้อีกด้วย

 

5. การออกกำลังกาย การออกกำลังกายจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง หากยังไม่ค่อยแข็งแรงก็ออกกำลังแต่เพียงเบา ๆ เช่นเดิน หรือทำกายบริหารในน้ำ แต่ถ้าแข็งแร็งขึ้นเป้าหมายการออกกำลังกายอยู่ที่ต้องทำให้ได้ถึงขั้นแอโรบิก นั่นคือต้องเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก อะไรก็ได้ที่ต้องทำต่อเนื่องนานเกินกว่า 15 นาที เพื่อให้ชีพจรเต้นเร็วตามที่กำหนดไว้ ซึ่งแล้วแต่ว่าแต่ละคนอายุมากน้อยขนาดไหนและเคยออกกำลังมาบ้างแค่ไหน อย่างไรก็ตามการออกกำลังเป็นเรื่องที่หัดได้ โดยทั่วไปจะค่อย ๆ เพิ่มวิธีการและระยะเวลาการออกกำลังกายไปทีละน้อย ๆ เท่าที่ร่างกายจะทนได้

 

6. การฝึกชี่กง เป็นการออกกำลังกายที่ประสานกายและจิตไปด้วยกัน การฝึกชี่กงนอกจากลดความเครียดแล้ว ยังมีงานวิจัยที่พบว่า สามารถเพิ่มเม็ดเลือดขาวที่เซลล์ช่วยต้านมะเร็งได้อีกด้วย

 

7. การอาบแสงตะวัน เป็นวิธีการของโยคะมาแต่โบราณ ความอบอุ่นจากแสงตะวัน ยามเช้าจะทำให้ระบบหมุนเวียนของเลือดดีขึ้นทั่วร่างกาย ที่ ี่จริงวิธีนี้เหมาะสำหรับโรคเรื้อรังทั้งหลาย เหมาะสำหรับคนฟื้นไข้ แต่การอาบแสงตะวันไม่ใช่การอาบแดดที่ใช้แสงตรงเผาจนผิวเกรียม หากเราใช้ใบตองสดมาคลุมกาย ความเขียวของใบตองจะกรองเอาเฉพาะสีเขียวมาตกต้องร่างกาย ทำให้อบอุ่นและเย็นในเวลาเดียวกันเพราะแสงสีเขียวเป็นแสงเย็น วิธีการนี้ทำให้ภูมิต้านทานดีขึ้นเพราะร่างกายถูกกระตุ้นด้วยความร้อนจากตะวัน และขณะเดียวกันเป็นการกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนไปทั่วร่างกายเหมือนกับการส่งเม็ดเลือดขาวที่ถูกกระตุ้นให้กระปรี้กระเปร่า
แล้วลาดตระเวณออกไปทั่วร่างเพื่อจับเชลล์มะเร็ง

 

8. วารีบำบัด การใช้น้ำหรือความร้อนความเย็นกระตุ้นร่างกายเป็นการเพิ่มภูมิต้านทาน และระบบไหลเวียนของเลือด เช่นการอบซาวน่า การอาบน้ำร้อนและเย็นสลับกัน

9. การใช้วิตามินและเกลือแร่ วิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นได้แก่ วิตามินซีขนาดสูงเพื่อป้องกันการลุกลามของมะเร็ง และวิตามินต้านอนุมูลอิสระ ใช้ในแง่ต้านอนุมูลอิสระและเสริมภูมิต้านทาน

 

10. การบำบัดอาการอื่น ๆ วิธีการนี้เป็นการใช้ธรรมชาติบำบัดในการรักษาอาการที่อาจจะเป็นอยู่เช่นอาการปวด อาจใช้วิธีกดจุด ฝังเข็ม หรือกายภาพบำบัด

 

ธรรมชาติบำบัดมีหลักการอยู่ที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อผู้ป่วยสามารถพึ่งตนเองได้ในระยะยาว อย่างไรก็ดี โรคบางโรคที่ไม่สลับซับซ้อน และไม่รุนแรงถึงกับคุมคามชีวิต ย่อมอาจใช้เวลาหาความรู้เรื่องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตนเอง แต่สำหรับโรคมะเร็ง เป็นโรคที่ซับซ้อนเพราะมีรายละเอียดมากในการดูแลรักษา ่จึงควรที่ผู้ป่วยจะได้หลักสูตรธรรมชาติบำบัดสัก 1 คอร์สก่อน ซึ่งในคอร์สดังกล่าว จะเห็นทั้งการ และเห็นการสอนให้เข้าใจเพื่อดูแลตนเองต่อไป

แนะนำอาหารต้านมะเร็ง

1. หลักอาหารต้านมะเร็ง

 

- กินข้าวกล้องวันละ 5 ทัพพี หรือใช้ขนมปังโฮลวีตแทน กินข้าวโพดต้มตามควร เพื่อเผือกต้มตามต้องการ

- น้ำคั้นผักผลไม้วันละ 6 - 8 แก้ว

- ผักสด 1 - 2 จานต่อวัน

- ใช้ซุปโพแทสเซียม

 

2. หลักการคั้นน้ำผักผลไม้

 

ใช้ Juicer ปั่นแยกน้ำผลไม้ออกมาประมาณ ครึ่งแก้ว ใส่เนื้อผลไม้ลงใน Blender แล้วใช้ผักต่างๆ ใส่ลงไปปั่นพร้อมกัน ใช้ผ้าขาวบางคั้นน้ำมาดื่ม

 

3. หลักการทำน้ำซุปโพแทสเซียม
ใช้กระเทียม หอมแดง หอมใหญ่ สำหรับหอมใหญ่ใส่เยอะ ๆ จะช่วยให้หวาน ปอกเปลือกมันฝรั่งหนา ๆ ประมาณ ครึ่งซม. เปลือกมันฝรั่งมีโพแทสเซียมมาก 
 ใส่ผักทุกชนิดลงไป เช่น กระหล่ำปลี คะน้า ปวยเล้ง ผักกาด ฯลฯ ใส่น้ำปริ่ม ๆ ต้มไฟอ่อน ๆ ตุ๋นเป็นจับฉ่าย ใช้น้ำนี้เป็นน้ำสต๊อกสำหรับปรุงอาหารต่าง ๆ  

4. ข้อควรระวัง

 

- ภาชนะที่ใช้ปรุงหลีกเลี่ยงอลูมิเนี่ยม แต่ให้ใช้ภาชนะสเตนเลส หรือหม้อเคลือบแทน การคั้นน้ำผักและผลไม้โดยเครื่อง Juicer ให้กั้นน้ำออกจากกากก่อนทิ้งทุกครั้ง

- ภาชนะที่ใช้ปรุงพึงเลี่ยงอลูมิเนี่ยม แต่ให้ใช้ภาชนะสเตนเลส หรือหม้อเคลือบแทน

- การคั้นน้ำผักและผลไม้โดยเครื่อง Juicer ให้กั้นน้ำออกจากกากก่อนทิ้งทุกครั้ง

ในการปฏิบัติ

มื้อเช้ามืด     น้ำส้มคั้น

มื้อเช้า          ผลไม้สด วีทเจิร์ม ผลไม้แห้ง น้ำคั้นจากผักสด ผลไม้สด ข้าวต้มข้าวกล้อง หรือขนมปังโฮลวีต

มื้อสาย         น้ำคั้นจากผลไม้สด หรือน้ำคั้นจากผักสด

มื้อกลางวัน                   สลัดผัก ผลไม้ ผลไม้แห้ง ข้าวกล้องและข้าวโพดโรยรำกินกับน้ำซุปโพแทสเซียมและผักผัดน้ำซุปไม่ใช้น้ำมัน ผลไม้สดหลังอาหาร และน้ำคั้นจากผักสดและผลไม้สด อาจตำน้ำพริกด้วยสูตรต้านมะเร็งกินกับผักสด

มื้อบ่าย         น้ำคั้นจากผลไม้สด หรือน้ำคั้นจากผักสด และเผือกต้ม มันต้ม

มื้อเย็น          ผัดน้ำซุปไม่ใช้น้ำมัน ผลไม้สดหลังอาหาร และน้ำคั้นจากผักสดและผลไม้สด

มื้อก่อนนอน  น้ำคั้นจากผลไม้สด หรือน้ำคั้นจากผักสด ข้าวต้ม โจ๊ก ถ้าหิว         

หมายเหตุ ในระยะแรกอาจจะกินไม่ค่อยได้หรือได้น้อย ควรให้น้ำจากผลไม้สด ๆ บ่อย ๆ ทีละน้อยให้ได้วันละ 10 แก้วขึ้นไป การคั้นน้ำผักและผลไม้ควรคั้นสด ๆ คั้นแล้วดื่มเลย

 

** ดูหลักสูตรการล้างพิษ 10 วัน **

ตัวอย่างการจัดโปรแกรมล้างพิษ 10 วัน

สำหรับท่านที่ต้องการล้างพิษ 10 วันทุกเดือนจนกว่าร่างกายเข้าสู่ภาวะที่ปกติ โดยมีโปรแกรมตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นของแต่ละวัน เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับไขมันในเส้นเลือดสูง เครียด อ้วน โรคหัวใจ ปวดข้อ หอบหืด ภูมิแพ้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีผลมาจากการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่เหมาะสม  รายละเอียดของโปรแกรมแต่ละวันมีดังนี้ เช่น

 

07.00 ชี่กง โยคะ อาโรบิค วิ่งสายพาน ฯลฯ

07.30 สมาธิบำบัด แล้วแต่ถนัด

08.00 รับประทานอาหารเช้า ที่ครบ 5 หมู่ เน้นปลา ผัก ผลไม้ที่สะอาด และ โปรตีนจากธัญญพืช

09.00 ฟังบรรยายธรรมให้จิตสะอาด สว่าง สงบ

10.30 พักรับประทานอาหารว่าง

10.45 ธรรมชาติบำบัด (เช่น วารีบำบัด การฝังเข็ม และการอาบแสงตะวัน)

12.00 รับประทานอาหารกลางวัน

13.00 นวดตัวเอง (นวดน้ำมัน, นวดไทย)

14.45 พักรับประทานอาหารว่างที่อุดมด้วยแร่ธาติ วิตามินที่บกพร่อง

15.00 ไฮโดรแอโรบิค/โปรแกรมสั่งจิตใต้สำนึก (ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล)

17.00 อาหารเย็นครบหมู่เบาๆกว่ามื้อเช้า เน้นผัก ปลา ผลไม้

ผู้พิชิตโรคมะเร็ง

ผลการศึกษาวิจัยจากประเทศต่าง ๆ จากการสนับสนุนกองทุนวิจัยมะเร็งโลก [ WCRF ] กับสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกา [ AICR ] พบว่า มะเร็งที่พบบ่อย 6 ชนิด จะมีปัจจัยที่คล้ายกัน ทั้งปัจจัยจากสิ่งเแวดล้อม พฤติกรรม วัฒนธรรมการบริโภคและกรรมพันธ์ มีดังต่อไปนี้ คือ

 

1. มะเร็งในปอด มีปัจจัยเสี่ยงจากการสูบบุหรี่

2. มะเร็งกระเพาะอาหาร มีปัจจัยเสี่ยงจากอาหารเค็ม

3. มะเร็งเต้านม มีปัจจัยเสี่ยงจากการรับไขมันอิ่มตัว หรืออาหารที่มีไขมันสูง กรรมพันธุ์ และแอลกอฮอล์

4. มะเร็งในลำไส้ใหญ่และลำไส้ส่วนปลาย มีปัจจัยเสียง คือแอลกอฮอล์ และกรรมพันธุ์

5. มะเร็งตับ มีปัจจัยเสี่ยงคือ โรคตับอักเสบ จากไวรัสบี อาหารที่ปนเปื้อนด้วยอะฟลาท๊อกซินและแอลกอฮอล์

6. มะเร็งปากและช่องคอ มีปัจจัยเสี่ยงจากการสูบบุหรี่และเคี้ยวใบยาสูบ เคี้ยวหมาก อาหารและแอลกอฮอล์

 

 พบผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มารับการรักษาบำบัดมากมาย อย่างกรณี บางท่าน อายุ 61 ปี มีอาการไอโดยไม่ปรากฎสาเหตุ ได้รับการตรวจที่โรงพยาบาล พบว่า น้ำท่วมปอด หมอได้เจาะปอดเพื่อระบายน้ำและทำการวินิจฉัย เช่น อัลตราซาว์และคอมพิวเตอร์เอกซเรย์ ยืนยันว่า เป็นมะเร็งปอดระยะลุกลาม หมอทำนายโรคว่า " จะอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน "

 

คนไข้ได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด แต่อาการกลับรุนแรงมากขึ้น พร้อมผลข้างเคียงจากยาเคมี ลูก ๆ ได้อ่านหนังสือ " มะเร็ง รักษาได้ด้วยตนเอง " ที่แพทย์ได้เขียนเล่าประสบการณ์การรักษามะเร็งด้วยวิธีธรรมชาติบำบัดมะเร็ง จึงมารับการรักษาที่ธรรมชาติบำบัด และพบว่า มะเร็งปอดที่เป็นนั้น เกิดจากภาวะความเครียดที่ได้รับจากครอบครัว เป็นปัจจัยหลัก เมื่อได้รับการแนะนำอย่างเคร่งครัดให้ งดกินเนื้อสัตว์ กินผักผลไม้ รวมทั้งฝึกสมาธิ คลายเครียด ออกกำลังกายตามแนวตะวันออก ฝึกชี่กง และพอช่วงสาย ๆ ฝึกท่าไหว้พระจันทร์ เป็นปฐมบทของวิชาโยคะ จบครบหลักสูตรธรรมชาติบำบัด พบว่า น้ำในปอดลดลง

 

เมื่อถึงเวลาคนไข้ไปรับเคมีบำบัด จะมีการฝึกจิตใต้สำนึก ให้มีสมาธิ ไม่วิตกกังวล ภาวะทางอารมณ์ จิตใจมีความมั่นคง ผ่อนคลายความตึงเครียด ทำให้คุณบัวรองไม่มีอาการแพ้เคมีบำบัด

 

เหตุการณ์ผ่านไป 1 ปี เขายังมีชีวิตอยู่ ลบคำทำนายของหมอที่ว่า จะอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน " ต้องขอบใจหมอและลูก ๆ ที่บอกความจริงให้ฉัน มันสำคัญมากจริง ๆ มันช่วยให้ฉันออกจากความมืด หันมาเอาชนะมะเร็งในที่สุด "

 

อีกท่าน ป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบบี ตั้งแต่ปี 2527 ต่อมาอีกหลายปี เขามีอาการไข้ต่ำ ๆ น้ำหนักลด คลำก้อนได้ที่ชายโครงด้านขวา ภายใน 1 อาทิตย์ หลังจากวินิจฉัยก็แน่ชัดว่าเป็นมะเร็งตับ หมอชี้อนาคตว่า เหลือเวลาไม่เกิน 6 เดือน

 

ด้วยกำลังใจของ ที่จะต่อสู้กับมะเร็ง  เพื่อหาวิธีต้านมะเร็งด้วยหลักการธรรมชาติบำบัด โดย บริโภคข้าวกล้อง ผัก ผลไม้สด ปริมาณมากทุกมื้อ ดื่มน้ำคั้นผัก ผลไม้ ทำเป็นซุปผักด้วย งดกินเนื้อ นม ไข่ มะเร็งเป็นก้อนเนื้อที่โตเร็วมาก จะแบ่งเซลล์ไปเรื่อย ๆ โดยอาศัยวัตถุดิบ คือ โปรตีนจากอาหารที่เรากินเข้าไป มะเร็งเปรียบเหมือนเด็ก มันต้องการอาหารประเภทโปรตีนและไขมันมาก จะได้เจริญเติบโตเร็ว สามารถทดแทนได้จากธัญพืชบางอย่าง เกลือประเภทโซเดียม จะอยู่ในน้ำปลา ซีอิ๊ว เกลือทะเล จึงไม่ควรกินเค็มมาก ทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ของมะเร็ง มีลักษณะผิดปกติ พร้อมรับโซเดียมเข้าเซลล์มะเร็ง ทำให้ตัวบวมออกและหลุดกระจายแพร่ไปส่วนอื่นของร่างกาย

 

การคลายเครียด ฝึกสมาธิอย่างสม่ำเสมอ ทั้งชี่กง โยคะ การออกกำลังกายเบา ๆ อย่างเช่น การเดิน หรือปั่นจักรยานอย่างน้อย วันละ 15 - 30 นาที กระตุ้นภูมิต้านทางให้ต่อสู้มะเร็ง

 

การอาบแสงตะวัน มีอนุภาคคัดกรองนำพลังแสงสีเขียวในแสงแดดที่มากกระทบผิวกาย ไปเสริมพลังแห่งชีวิต และการล้างพิษโดยการสวนลำไส้ด้วยกาแฟ กระตุ้นเซลล์ตับที่ดี ๆ ภายหลังจากที่สารคาเฟอีนถูกดูดซึมทางเลือดดำพิเศษจากลำไส้ใหญ่เข้าสู่ตับ ขจัดสารพิษ สารก่อมะเร็งเซลล์ที่ตายไป ถูกขับออกจากร่างกาย ผ่านลำไส้

 

นอกจากนั้น ได้รับวิตามินชนิดต่าง ๆ ได้แก่ วิตามินซี วิตามินอี เซเลเนียม และเห็ดหลินจือเข้มข้น

 

เวลาผ่านไปนับปี เขามีชีวิตอยู่ ก้อนมะเร็งยังไม่เล็กลง ทำท่านิ่มลง การตรวจเลือดอยู่ระดับ AFP เป็นตัวบ่งชี้ความรุนแรงของมะเร็งในตับในเชื้อไวรัสบี เริ่มลดลงจากที่เคยสูง 117 ก็ลดเหลือ 65 ต่อหน่วย / มล ทุกวันนี้สุขภาพดีขึ้น พร้อมที่จะต่อสู้กับมะเร็งต่อไปอย่างเข้มแข็ง

 

ทั้ง 2 กรณีนี้ แสดงถึง การรักษามะเร็งนั้น ผู้ป่วยต้องเปลี่ยนกระบวนทรรศน์เรื่องสุขภาพใหม่ มาบำบัดรักษาด้วยวิธีทางธรรมชาติ ทั้งเปลี่ยนเรื่อง อาหารการกิน พฤติกรรมต่าง ๆ การออกกำลังกาย ลดความเครียด ฝึกสมาธิ มองโลกในแง่ดี ดังนั้นศูนย์ธรรมชาติบำบัด บัลวี จึงเน้น ให้ผู้ป่วยพึ่งตนเอง ในการดูแลสุขภาพ กระตุ้นให้เกิดกำลังใจในการรักษามะเร็ง ถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการดูแลรักษาร่างกาย ดังที่คุณบัวรองและคุณวิสัยประสบความสำเร็จในการพิชิตมะเร็งมาแล้ว

สุขภาพ คือภาพแห่งความสุข ร่างกายแข็งแรง จิตใจแจ่มใสเบิกบาน อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

 

 

 

 

การโภชนาการและการพักผ่อนที่ดี

 

ด้วยมีสมาชิกชมรมฯ ได้ไปฟังการบรรยายพิเศษของ คุณหมอพันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ เห็นว่าดีมีประโยชน์ จึงสรุปส่งเนื้อหามาให้ผู้เขียนอ่าน ผู้เขียนเห็นว่า น่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วย ผู้เขียนจึงเรียบเรียงเนื้อหาให้กระชับชัดเจนมากขึ้น ขอเชิญท่านหาความรู้จากบทความเรื่องนี้ได้ครับ

      • ดุลยภาพแห่งชีวิต
      • การแพทย์วิถีธรรมชาติ
      • ทำอย่างไรให้สุขภาพดีไม่เจ็บป่วย
      คือความสมดุลของชีวิต ย่อมมีทั้งชีวิตการงาน ชีวิตส่วนตัว ชีวิตในสังคม ชีวิตครอบครัว และสุขภาพ แต่ที่สำคัญที่สุด คือ สุขภาพ ถ้าสุขภาพเสียทุกสิ่งก็สูญสลาย อาจารย์หมอพันธ์ศักดิ์ฯ ในอดีตต้องทำงานหนักทั้งงานราชการ คลีนิค และครอบครัว ต้องตื่นตีห้าและเข้านอนห้าทุ่มล่วงเลยไปแล้ว ส่งผลให้เกิดโรคเครียด โรคกระเพาะอาหาร โรคภูมิแพ้ และความจำไม่ดี พออายุ 40 ปี จึงตัดสินใจลาออกจากราชการ แล้วไปเรียนการแพทย์วิถีธรรมชาติจากออสเตรเลีย นับจากนั้นมา อาจารย์หมอพันธ์ศักดิ์ฯ ไม่เคยเจ็บป่วยอีกเลย ปัจจุบันอาจารย์มีความสุขมาก ๆ และหน้าตาดูดีกว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วมาก 

 

อนุมูลอิสระ (Free radical) การรับประทานอาหารจะเกิดของเสียที่เรียกว่า อนุมูลอิสระหรือเรียกว่าประจุวิ่งหารัก หรือประจุขาดรัก วิ่งไปทั่วร่างกาย อวัยวะที่เล็กที่สุดในร่างกาย คือ เซล* อาหาร   อาหารกลางวัน กินอะไรก็ได้ที่ชอบ เช่น แกงเขียวหวาน ขาหมู ก๋วยเตี๋ยว แต่ที่ เป็นอันตราย ต่อสุขภาพ คือ น้ำตาล และน้ำมัน ที่จะต้องพยายามหลีกเลี่ยง

อาหารเย็น

กินพืชผักและผลไม้ เพื่อให้ได้ไฟเบอร์ ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ และชะลอความแก่ มื้อเย็นง่าย ๆ เช่น ผัดผัก 1 จาน + ส้มตำ 1 จาน + น้ำผลไม้ 1 แก้ว กินผักผลไม้วันละ ½ กก. จะทำให้แก่ช้า หรือดื่มน้ำผลไม้สดวันละ 3 แก้ว 3 สี แก้วละสี หรือผสมกันก็ได้ สุขภาพจะดีขึ้นมาก

คาร์โบไฮเดรท ทำหน้าที่ให้พลังงาน มีมากในแป้ง ข้าว ขนมปัง ก๋วยเตี๋ยว วิธีกินคาร์โบไฮเดรทไม่ให้อ้วน คือกินช้า ๆ เคี้ยวให้ละเอียด กินพออิ่ม ที่เหลือเก็บไว้กินในมื้อต่อไป หรือ พยายามกินเพียง 3 ใน 4 ส่วน ที่อยู่ในจาน แล้วหยุดกิน

คือแหล่งพลังงานของชีวิต การรับประทานอาหารที่ทำให้สุขภาพดี ไม่เจ็บป่วยและอายุยืน จะต้อง กินอาหารเช้าอย่างราชา อาหารกลางวันอย่างคนธรรมดาและอาหารเย็นอย่างยาจก ดังนั้น อาหารเช้าจึงเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด

 

เซลประกอบด้วย ผนังห้อง และแกนกลางเรียกว่า นิวเคลียส หรือ DNA นิวเคลียสเป็นพิมพ์เขียวที่ทำหน้าที่สร้างเซลใหม่ ส่วนอนุมูลอิสระจะเป็นตัวทำลายผนังห้องและนิวเคลียส ทำให้เซลเนื้อเยื่อเปลี่ยนแปลงไป แต่ร่างกายเราจะมีระบบภูมิคุ้มกัน ถ้าไม่ดูแลสุขภาพให้ดีภูมิคุ้มกันจะถูกทำลาย ทำให้เกิดมะเร็งและโรคต่างๆ เกิดขึ้นได้โดยง่าย

อาหารเช้า ควรรับประทาน คาร์โบไฮเดรท วิตามินบี และซี ถ้าไม่กินมื้อเช้าชีวิตจะเริ่มต้นด้วยความเป็นกรด (แลคติกแอซิค) ยกเว้นเรามียาวิเศษคือ การหัวเราะ เพราะขณะหัวเราะร่างกายจะเปลี่ยนเป็นด่าง หัวเราะ 1 ครั้ง อายุยืน 5 นาที อาหารเช้าที่ต่อต้านความเครียดในการทำงานได้แก่ วิตามินบี และซี ซึ่งไม่มีการเก็บสะสม เพราะละลายในน้ำได้หมด มื้อเช้าที่เร็วและง่าย คือ กล้วยหอม 1 ลูก+ส้ม 1 ลูก + นม 1 กล่อง (หรือ HOT CHOCOLATE) ในกล้วยหอมมีแมกนีเซียม และโปตัสเซียม ในส้มมีวิตามินซี โดยเฉพาะกากส้มขาว ๆ มีเส้นใยไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายในน้ำ ที่สามารถช่วยดูดซึมพิษในร่างกายและขับออกไป กากส้มมีวิตามินซีมากกว่าน้ำส้ม ในนมมีสารทริบโตเฟน ทำให้กระปรี้กระเปร่า และ อารมณ์ดี







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
สิ่งแวดล้อม อากาศ อาหาร น้ำ สังคม อารมณ์ เศรษฐกิจ ไร้มลพิษ ชีวิตรื่นรมณ์ อุดมคุณภาพชีวิต กลุ่มบริษัทโมเดอร์น เอ็นไวรอนเม็นตัล ( ยูโรเอ็นเทค/แอคทีฟซายน์/AXT/PAC/บุญโอบ) admin@modernbis.com/ T: 02-7062923 /Cell: 0816295275